ในฐานะนักการตลาด เราทราบดีว่า “Retention” คือหัวใจสำคัญ แต่สิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่าคือ ทำอย่างไรให้ฐานลูกค้าใน LINE OA เปลี่ยนเป็น Traffic ที่เดินเข้ามาอุดหนุนที่หน้าร้านจริง? โดยไม่ต้องพึ่งพาการ Broadcast ที่สิ้นเปลืองงบประมาณเพียงอย่างเดียว
วันนี้ DeepBLOK ภูมิใจเสนอ Core Feature ใหม่ล่าสุด “Mission Check-in” เครื่องมือที่จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าด้วยกลยุทธ์ Gamification ออกแบบมาเพื่อ ดึงดูดลูกค้าให้มีส่วนร่วม เข้ามาเพื่อสะสมแต้ม และกระตุ้นให้พวกเขากลับมาใช้ Reward ซ้ำ สร้าง Loop การซื้อสินค้าที่ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญแบบต่อเนื่อง (Streak) หรือสะสมยอด (Cumulative) นี่คือตัวช่วยสำคัญที่จะเปลี่ยนความ Loyalty ให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้จริง
ซึ่งพร้อมให้ลูกค้า DeepBLOK ทุกท่านใช้งานได้ทันที
Feature Highlights: เจาะลึกความสามารถของ “Mission Check-in” ที่นักการตลาดต้องรู้
1. สร้างพฤติกรรมด้วยความยืดหยุ่น (Streak vs. Cumulative)
ความชาญฉลาดของ Mission Check-in คือความยืดหยุ่นในการตั้งกติกาให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ ระบบรองรับ 2 รูปแบบหลัก:
- Daily Check-in Streak (Consecutive): เหมาะสำหรับธุรกิจ High Frequency เช่น ร้านกาแฟ หรือ Retail ที่ต้องการให้ลูกค้ากลับมาทุกวัน หากขาดไป 1 วัน Progress จะถูกรีเซ็ตเริ่มใหม่ทันที นี่คือยาแรงในการสร้าง Habit
- Cumulative Check-in (Non-consecutive): เหมาะสำหรับแบรนด์ที่เน้นความผูกพันระยะยาว ลูกค้าสามารถสะสมจำนวนวันได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องต่อเนื่อง ลดความกดดัน แต่ยังคง Engagement ได้ดี
2. ออกแบบ Reward Journey ได้ดั่งใจ (Progress & Completion)
การให้รางวัลที่ดีต้องมีจังหวะ (Pacing) ระบบ DeepBLOK ให้คุณกำหนดรางวัลได้ 2 ระยะ:
- Progress Reward: รางวัลรายวันที่ได้รับทันทีเมื่อเช็คอิน (เช่น รับ 1 Point ทุกวัน) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ามี Engage กับเราต่อไป
- Completion Reward: รางวัลใหญ่เมื่อทำภารกิจสำเร็จ (เช่น คูปองเงินสด 500 บาท หรือ Big Points) เพื่อสร้าง Goal-Gradient Effect ให้คนอยากไปให้ถึงเป้าหมาย
3. Total Customization: คุม CI แบรนด์ได้ 100% ลืมหน้าตาโปรแกรมสะสมแต้มแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะคุณสามารถปรับแต่ง Theme สีและ Icon ได้เองทั้งหมดผ่าน Backoffice:
- Custom Icons: อัปโหลดรูป Icon สำหรับ Progress และ Completion Reward ให้เข้ากับแคมเปญของคุณ (รองรับไฟล์ PNG)
- Color Mapping: กำหนดสีปุ่ม, สีขอบ (Border), และสีพื้นหลัง (Background) ให้ตรงกับ CI ของแบรนด์ เพื่อให้ประสบการณ์บน LIFF สวยงามและเป็นหนึ่งเดียวกับแบรนด์
4. Data-Driven & Geo-Behavioral Insights:
“เปลี่ยน Location Data ให้เป็นแต้มต่อทางธุรกิจ… ระบบ Report ของเราให้คุณเห็นภาพรวมพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ Location Verification ที่ให้คุณเลือกตั้งค่าการเปิด GPS ก่อนเช็คอินได้ตามต้องการ ซึ่งไม่ใช่แค่เพื่อการยืนยันตัวตน (Identity Verification) เท่านั้น แต่คือการเก็บข้อมูล ‘Real-world Context’ ว่าลูกค้าของคุณมักจะไปใช้บริการที่สาขาไหน หรืออยู่ในพื้นที่ใด ช่วยให้คุณเข้าใจ Physical Footprint และไลฟ์สไตล์ที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อนำไปทำ Location-Based Marketing ได้อย่างแม่นยำ”
Use Case: ไอเดียการใช้งานจริง
- Retail & Cafe: จัดแคมเปญ “7 Days Streak” เช็คอินร้านกาแฟครบ 7 วันติดกัน รับฟรี 1 แก้ว
Shopping Mall: แคมเปญ “Weekend Hunter” สะสมการเช็คอินให้ครบ 10 ครั้งภายในเดือน เพื่อแลก Voucher พิเศษ
Expert Insight: ทำไม DeepBLOK ถึงเป็นผู้นำด้าน CRM Software ที่นักการตลาดเลือกใช้
ในยุคที่ Generative Loyalty กำลังมาแรง แพลตฟอร์ม CRM ต้องทำได้มากกว่าแค่เก็บฐานข้อมูล DeepBLOK ได้พัฒนา Core Feature อย่าง Mission Check-in โดยอิงหลักการ Behavioral Economics อย่างแท้จริง:
- Flexibility & Control: เราออกแบบระบบให้ ผู้ดูแลระบบ และฝ่ายการตลาด สามารถจัดการทุกอย่างได้ผ่าน Backoffice (CMS) เช่นการกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด ของแคมเปญ รายละเอียดของโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่ยึดหยุ่นพร้อมใช้งาน ไม่จำเป็นต้องพึ่งทีม IT ในการเซตระบบ
- End-to-End Customer Journey Tracking: “เพราะข้อมูลที่ดีต้องเล่าเรื่องได้… DeepBLOK ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมพฤติกรรมลูกค้าได้อย่างทะลุปรุโปร่งในทุก Touchpoint ติดตามได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกค้ากดร่วมกิจกรรม (Check-in) จังหวะที่ลูกค้าทำภารกิจครบจนได้รางวัล (Unlock Reward) ไปจนถึงขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการกลับมาใช้สิทธิ์จริง (Redemption) ทำให้คุณเข้าใจเส้นทางของผู้ใช้งานได้ครบวงจร และนำ Data ไปต่อยอดแคมเปญถัดไปได้อย่างแม่นยำ”
- Scalability: ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญแจก Points รายวัน (Progress Reward) หรือแจกรางวัลใหญ่เมื่อจบแคมเปญ (Completion Reward) ระบบรองรับ Logic การแจกของรางวัลที่ซับซ้อนได้พร้อมกัน
การเลือกใช้ CRM Software ที่มีฟีเจอร์ Gamification ในตัวอย่าง DeepBLOK จะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนา Custom App และเพิ่ม Speed-to-market ให้กับแคมเปญการตลาดของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ
คำถามพบบ่อย: ยกระดับ “ระบบสมาชิก” ของคุณด้วย Gamification
ทำไมระบบสมาชิก (Membership System) ยุคใหม่ถึงต้องมีฟีเจอร์ Check-in?
เพราะระบบสมาชิกแบบเดิมที่เน้นแค่ “ซื้อแล้วได้แต้ม” ไม่สามารถดึงดูดลูกค้าให้กลับมาปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้บ่อยพอ ฟีเจอร์ Mission Check-in ของ DeepBLOK ช่วยสร้าง “นิสัย” (Habit Loop) ให้ลูกค้าเปิด LINE OA ของคุณทุกวัน เปลี่ยนจากความสัมพันธ์ทางการค้า เป็นความผูกพันในชีวิตประจำวัน
ความแตกต่างระหว่าง Streak และ Cumulative Check-in ในเชิงการตลาดคืออะไร?
Streak (ต่อเนื่อง): เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการกระตุ้น Traffic รายวัน เช่น ร้านกาแฟ หรือ Retail เพราะหากลูกค้าขาดไป 1 วัน Progress จะถูกรีเซ็ต กระตุ้นความรู้สึกเสียดาย (Loss Aversion)
Cumulative (สะสม): เหมาะสำหรับแบรนด์สินค้า High-value หรือห้างสรรพสินค้า ที่ต้องการให้ลูกค้าสะสมความสำเร็จระยะยาวโดยไม่กดดัน ลดความเครียดแต่ยังคง Engagement ไว้ได้
ฟีเจอร์ Mission Check-in รองรับการทำ Personalization หรือไม่?
รองรับอย่างเต็มรูปแบบครับ DeepBLOK อนุญาตให้แบรนด์ปรับแต่ง (Customize) ทั้งไอคอนและสี (Theme Color) ของปุ่มและ Progress Bar ให้ตรงกับ CI ของแบรนด์ได้ 100% รวมถึงสามารถตั้งค่าการแสดงผล QR Code หรือปุ่มต่างๆ บนหน้า Home ได้ตามพฤติกรรมลูกค้า
Conclusion ฟีเจอร์ Mission Check-in พร้อมแล้วที่จะช่วยให้คุณสร้าง Engagement ที่แข็งแรงและยั่งยืน โดยที่คุณสามารถจัดการทุกอย่างได้เองผ่าน Backoffice หากคุณกำลังมองหาระบบสมาชิกที่เป็นมากกว่าการสะสมแค้ม ลงทะเบียนดูระบบสมาชิกผ่านออนไลน์มีตติ้งกับเราที่นี่ (พูดคุยกับเรา) หรือแอด (LINE OA) เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร!
มกราคม 27, 2026